ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจคอนเซปก่อนว่า SEO คืออะไร SEO (Search engine optimization) คือ การปรับแต่งโครงสร้างหลังบ้านเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ตรงใจกับผู้ค้นหา และ google search engine ที่เราใช้งาน เพิ่มโอกาสการมองเห็น และการเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น

พื้นฐานโครงสร้าง SEO มีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่

1. TECHICAL SEO การวางแผนโครงสร้างของเว็บไซต์ (sitemap) การแบ่งหมวดหมู่ ลิงก์ ความปลอดภัย

2. ON-PAGE SEO การปรับแต่งเนื้อหาบทความให้กูเกิ้ล (GOOGLE) รู้ว่า เราเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร อิงจากคำหรือคีย์เวิร์ด (keyword search) ที่ผู้คนส่วนใหญ่ค้นหา ที่จะทำให้มีโอกาสที่ผู้ใช้ค้นหาและเห็นบทความเรามากขึ้น เพื่อเขียนให้ตรงจุดและตอบความต้องการของผู้ค้นหาได้

3. OFF-PAGE SEO การที่เว็บไซต์ของเรามีบทความที่ได้รับการยอมรับและถูกใช้ในการอ้างอิงเป็นเครดิตบนเว็บไซต์อื่น หรือที่เรียกว่าการทำ Backlink เป็นส่วนที่จะช่วยให้กูเกิ้ล (Google) เห็นว่าบทความของเรามีประโยชน์ ทำให้ค่าคะแนนความน่าเชื่อถือ (Authority) ของเว็บไซต์มากขึ้น

1. เชิงเทคนิคSEO (TECHICAL SEO) ต้องเช็คอะไรบ้าง ?

1.1 ตั้งชื่อ Permalinks แต่ละหน้าของ (URL) ให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทความที่เขียน ในส่วนนี้ช่วยให้ search engine หรือ google เข้าใจว่าเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร

1.2 ติดตั้ง SSL ดูให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณมี https เป็นมาตรฐานว่าเว็บไซต์ปลอดภัย

1.3 ตรวจเช็ครายงานสิ่งผิดปกติผ่าน Google search console สม่ำเสมอ

1.4 เช็คไฟล์ robot.txt กรณีใช้ wordpress ใช้ plugin yoast seo ช่วยสร้างและอัพเดทให้ได้เมื่อเรามีหมวดหมู่หรือบทความใหม่

1.5 เช็คการตั้งค่าคอมเมนท์ให้มั่นใจว่าเปิดตั้งค่า nofollow อยู่ ในกรณีที่เว็บไซต์เราเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถคอมเมนท์ได้ เพื่อป้องกันคนอื่นมาฝาก backlink โดยส่งต่อความน่าเชื่อถือ(Authority)  ของเราให้ส่งไปเว็บปลายทางด้วย เพื่อกันว่าหากปลายทางไม่น่าเชื่อถือก็จะไม่ส่งผลเชิงลบกับความน่าเชื่อถือกับเว็บไซต์ของเรา

1.6 แบ่งหมวดหมู่ของเว็บไซต์ให้ชัดเจน ให้ง่ายต่อการค้นหาและไปต่อในหน้าอื่นๆ

1.7 นำลิงก์ XML sitemap ไปผูกไว้กับ google search console ไว้เช็คเวลาโครงสร้างมีปัญหาหรือมีลิงก์หน้าไหนที่เปิดไม่ได้

1.8 หากเว็บมีมากกว่า 1 ภาษาควรเซ็ต hreflang ด้วยให้ google รู้ว่าเรามีภาษาอะไรบ้าง และเลือกโชว์ตามภาษาภูมิภาคที่ผู้ใช้งานเลือกอยู่ในปัจจุบัน

1.9 สร้างหน้าสำหรับเมื่อผู้ใช้งานเจอ Error 404 ไว้เมื่อลิงก์เสียให้ผู้ใช้งานวิ่งเข้ามาที่นี้

1.10 เช็คปรับแต่งให้เว็บไซต์โหลดเร็วทั้งกับมือถือและคอมพิวเตอร์

1.11 ถ้าหน้ามีเนื้อหาที่ยาว มีรูปเยอะ มีวิดีโอประกอบด้วย แนะนำให้หา plugin Lazy loading มาให้งาน

1.12 โลโก้เว็บไซต์และไอคอน ปรับให้มีขนาดพอดี เพราะเป็นส่วนที่จะถูกโหลดไปทุกหน้า หากภาพมีขนาดไฟล์ใหญ่ก็ส่งผลต่อความเร็วในการโหลดเช่นกัน

2. ออนเพจSEO (ON-PAGE SEO) ต้องเช็คอะไรบ้าง ?

2.1 ตั้งชื่อหัวข้อบทความ (title) ควรมีคำที่เป็นคีย์เวิร์ค SEO อยู่1คำ เพราะเวลาผู้ใช้งานค้นหาหากเจอคำที่ตรงกันกับที่ค้นบนบทความที่ google ขึ้นโชว์เพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้กดเข้าเว็บไซต์เรา

2.2 คำอธิบายในแต่ละหน้า (meta descriptions) ช่วยที่บอกเบื้องต้นว่าเนื้อหาด้านในเป็นเรื่องกับอะไร ก่อนที่จะตัดสินใจคลิกเข้าไปดู ในส่วนนี้ควรมีคีย์เวิร์ค SEO คำรองลงมาหรือคำที่เกี่ยวข้อง มา 1-2 คีย์ ในหนึ่งบทความมี 1-3คีย์ก็เพียงพอแล้วไม่ควรใส่เยอะหรือใส่ทุกคำที่เราลิสมาทั้งหมดลงไปเพราะจะถูกมองเป็นสเปมส่งผลเสียกับเว็บไซต์

2.3 ตั้ง sitelink ให้เกี่ยวข้องกับหน้าเพจหรือบทความ ให้กูเกิ้ลรู้เบื้องต้นว่าเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร เมื่อมีการเข้าถึงมากกูเกิ้ลก็จะเลือกไปโชว์เป็นลักษณะที่เป็นหัวข้อย่อยบนเว็บไซต์ของเราที่มีคนสนใจ

2.4 ในหนึ่งหน้าควรมี H1 เพียงจุดเดียว

2.5 ปรับตำแหน่ง Layout ให้ง่ายต่อการอ่าน

2.6ปรับแต่งรูปบนเว็บไซต์ให้มีขนาดที่พอดี และขนาดไม่ใหญ่เกินความจำเป็น

2.7 รูปควรใส่ Alt หลังภาพเผื่อใช้อธิบายให้กับกูเกิ้ล (Google) ว่ารูปนี้เป็นรูปเกี่ยวกับอะไร เวลามีคนค้นหาตรงกับคำที่เราใส่ไว้รูปเราก็จะถูกก็จะโชว์ขึ้นมา google search ยังไม่สามารถรู้ได้ว่ารูปแต่ละรูปเป็นรูปเกี่ยวกับอะไรจึงต้องใส่คำอธิบายหลังรูป Alt

2.8 Video เป็นเว็บไซต์ควรใส่ plugin Lazy load ไว้เพราะหากแปะวิดีโอลงไปบนเว็บ ระบบจะต้องไปดึงข้อมูลวิดีโอจากเว็บไซต์ที่เราฝากวิดีโอไว้ ส่งผลต่อ page speed อย่างมาก

2.9 แบ่งความหมู่ Category จัด Tag ให้ดีจะได้ง่ายต่อผู้ใช้งานว่าต้องการดูหรือสนใจเนื้อหาประเภทไหน

2.10 เชื่อมโยงลิงก์ภายในเว็บไซต์ (internal link) ในแต่ละบทความในผู้ใช้งานไปอ่านบทความต่อไป และลิงก์อิงบทความไปยังเว็บไซต์อื่น (External link) ควรหลีกเลี่ยงการใช้ คลิกเพื่ออ่าน อ่านต่อคลิก ข้อความประมาณนี้ ใช้เป็น คีย์เวิร์ดดีกว่าเพื่อได้ระบบให้ดูว่าคลิกไปจากคำที่เกี่ยวข้องว่าอะไร

2.11 ให้เครดิตแก่บทความที่เราใช้อ้างอิง หรือประกอบการเขียน

บทความที่เกี่ยวข้อง ON-PAGE เชิงลึกในการทำ เร็วๆ นี้

3. ออฟเพจSEO (OFF-PAGE SEO) ต้องทำอะไรบ้าง ?

3.1 ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจการทำงานของมันก่อน สายดำ สายเทา สายขาว เพราะหากไม่เข้าใจวิธีการของ backlink แล้วเว็บไซต์คุณหากจจะถูก google มองว่าเป็น สเปมและถูกลดหรือปิดการมองเห็นคุณออกไป อาจจะต้องสมัครเปลี่ยนโดเมนเว็บไซต์เลยก็ได้

3.2 เลือกทำ backlink ที่เปิด do-follow

3.3 เลือกทำ backlink กับเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้งานจริง มีความเกี่ยวข้องหรืออยู่ในกลุ่มประเภทเดียวกัน และมีค่าความน่าเชื่อถือ (Authorlity) ทีดี หากเว็บไซต์ไหนที่มีค่า Authorlity ที่สูงผิดปกติทั้งที่น่าจะเป็นได้ให้หลีกเลี่ยงที่จะทำ backlink กับเว็บไซต์นั้นๆไว้ก่อน เพราะแรกๆ อันดับอาจจะขึ้นดีแต่ไม่นานการจะถูกมองว่าเป็นสเปมทิ้งดิ่งลงมาเลยก็ได้  สำหรับวิธีดูหรือเลือกเดี๋ยวจะมาอธิบายกันอีกที

องค์ประกอบที่ทั้ง 3 ส่วนสำหรับสาร SEO เบื้องต้น ลองเช็คกันดูนะครับ ว่ายังมีส่วนไหนที่ยังไม่ได้ทำ SEO เป็นโครงสร้างที่ควรทำอาจจะดูยุ่งยาก แต่ถ้าวางแผนจัดการไปแต่แรกระยะยาวเป็นผลดี แน่นอน สม่ำเสมอในการลงบทความ

อ้างอิง : Reliablesoft.net

องค์ประกอบบทความนี้ ทำอะไรบ้างสามารถดูตามภาพได้เลยครับ มีเสริมส่วนไหนมาพูดคุยกันได้ ขอบคุณครับ